นักท่องเที่ยวตบหน้าพนักงานสนามบินสุวรรณภูมิ เหตุไม่พอใจถูกเรียกตรวจกระเป๋าซ้ำ

นักท่องเที่ยวตบหน้าพนักงานสนามบินสุวรรณภูมิ เหตุไม่พอใจถูกเรียกตรวจกระเป๋าซ้ำ

เมื่อกลางดึกวันที่ 26 ม.ค. ภาพวงจรปิดบริเวณจุดตรวจสัมภาระเอกซเรย์ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บันทึกภาพขณะนักท่องเที่ยวต่างชาติสามีภรรยาคู่หนึ่งเดินผ่านจุดตรวจ ก่อนพนักงานหญิงตรวจสัมภาระได้ขอตรวจแสกนสัมภาระของนักท่องเที่ยวหญิงรายนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง

ระหว่างขอตรวจค้นนั้น นักท่องเที่ยวหญิงได้ตบเข้าที่ใบหน้าของพนักงานสาวอย่างจัง 

ก่อนฝ่ายสามีของนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวและพนักงานรักษาความลอดภัยชายอีกท่านเข้ามาห้ามปราม ท่ามกลางสายตาของนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มารอตรวจค้นในจุดดังกล่าว จนชายที่ติดตามต้องออกมายกมือขอโทษพนักงานที่ถูกทำร้ายร่างกายและหัวหน้าฝ่าย รปภ.เป็นการใหญ่ ก่อนทั้งคู่จะผ่านจุดตรวจไปเพื่อขึ้นเครื่องเดินทางกลับประเทศ

ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า พนักงานได้ปฎิบัติหน้าที่ตามที่ถูกฝึกอบรมมาเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยขององค์การบินระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด แต่กลับถูกนักท่องเที่ยวสาวรายนี้ไม่ยอมให้ตรวจและทำร้ายร่างกาย ซึ่งหลังเกิดเหตุทราบว่าพนักงานคนดังกล่าวไม่ได้ติดใจเอาความแต่อย่างใด เนื่องจากเห็นว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเกรงว่าอาจส่งผลกระทบภาพรวมของการให้บริการภายในสนามบินได้

ด้าน พระครูวรวงศวิสุทธิ์ เจ้าอาวาส กล่าวว่า เป็นผู้รับเลี้ยงนายตี๋ตั้งแต่ 3 ขวบ เมื่อนายเก่งเข้ามาติดพัน ขณะนั้นก็ไม่ได้กีดกันหรือขัดขวางแต่อย่าง ทั้งสองคนจะแอบคบหรือเริ่มมีความสัมพันธ์กันแบบไหนอาตมาก็ไม่ทราบ

ยอมรับว่า เคยมีช่วงหนึ่งที่สั่งห้ามไม่ให้นายตี๋รับโทรศัพท์ หรือตอบแชตกับนายเก่ง เพราะต้องการให้ยุติความสัมพันธ์ที่เกินเลย ส่วนที่ชาวบ้านพูดกันว่า อาตมาฆ่านายเก่งนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะพระไม่สามารถฆ่าสัตว์ตัดชีวิตได้ ยิ่งกับสาวประเภทสองคนนี้ก็ไม่เคยคิดไม่ดี และทุกครั้งที่สาวประเภทสองคนนี้ต้องการความช่วยเหลือ อาตมาก็จะช่วยทุกเรื่อง

พระครูวรวงศวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า วันเกิดเหตุ นายเก่งแอบดักซุ่มรอเจอนายตี๋ จากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มมีปากเสียงกัน อาตมาจึงเข้าไประงับเหตุ ยืนยันว่า พระและลูกศิษย์วัดที่เข้าไประงับเหตุนั้น ไม่ได้ทำร้ายร่างกายนายเก่งแต่อย่างใด ต่อมาอาตมาจึงพานายเก่งเดินออกไปส่งที่รั้ววัด และไม่มีใครทราบว่านายเก่งย้อนกลับมาผูกคอตายตอนไหน

ส่วนกรณีที่ผู้ตายโพสต์ว่า มีคนภายในวัดทำร้ายร่างกาย รวมถึงมีโพสต์ที่ระบุว่าให้มารับศพที่วัด อาตมาไม่ทราบเจตนาของผู้ตาย และอาตมาก็ไม่ได้เจตนาที่จะปิดวัดเพื่อไม่ให้ใครเข้ามายุ่ง หรือต้องการซ่อนเร้นอำพรางศพ แต่ด้วยความเป็นวัดป่า จึงทำให้ต้องมีเวลาเปิดปิดเพื่อดูแลความปลอดภัยเท่านั้น

ส่วนความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบ ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ได้ส่งศพผู้ตายตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลอุดรธานีอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่โดยเบื้องต้นได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวนว่า เจ้าหน้าที่กำลังเรียกสอบผู้ที่เกี่ยวข้องรวมถึงพยานทั้งหมด

นร.หญิง ม.1 ซิ่งจักรยานยนต์ซ้อน 3 เสียหลักมุดใต้สิบล้อ เสียงหวีดร้องดังลั่นก่อนดับยกคัน

ช่วงบ่าย วันที่ 27 ม.ค. 62 เจ้าหน้าที่สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งรถชนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย เกิดเหตุที่ถนนเส้นวัดหนองงูเหลือม ม.5 ต.หนองงูเหลือม อ.เมือง จ.นครปฐม พบ จยย.ยามาฮ่า สีดำแดง ในสภาพพังเสียหายยับเยิน ติดกันพบรถบรรทุกสิบล้อบรรทุกดิน

ใกล้กันพบร่างเด็กนักเรียนหญิง เสียชีวิต 3 ราย ทราบชื่อคือ ด.ญ.สุจิตรา บุตรพา , ด.ญ.ปฑิตา อินไพร และ ด.ญ.ทิวาพร จันทร์พงษ์ ทั้งหมดอายุ 12 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนราชินีบูรณะ อ.เมือง จ.นครปฐม

นายสายัณห์ บุญเทียม อายุ 40 ปี เป็นผู้ขับขี่รถบรรทุก ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองขับรถมาตามเส้นทาง พอมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้ง รถจักรยานยนต์ของเด็กทั้ง 3 คน ได้ขับมาอย่างเร็ว ก่อนเสียหลักแหกโค้งวิ่งมาชนกับรถของตนอย่างแรง จนกระเด็นเข้าไปใต้ท้องรถ

ชาวบ้านละแวกใกล้เคียง เล่าว่า กำลังนั่งเล่นอยู่ที่หน้าบ้าน ได้ยินเสียงกรี๊ดๆ พักเดียวก็ได้ยินเสียงดังตูมดังสนั่นจึงได้วิ่งออกมาดู ก็เห็นรถชน และยังเห็นเด็กคนอ้วนยังหายใจอยู่ พอดีตรงนั้นมีเจ้าหน้าที่พยาบาลอยู่ จึงได้วิ่งเข้ามาช่วยปั๊มหัวใจ แต่ก็ช่วยไม่ได้ น้องเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา

วันที่ 26 ม.ค. รายการทุบโต๊ะข่าว รายงานชายรายหนึ่งราดน้ำมันจุดไฟเผาร่างตัวเองทั้งเป็น โชคดีมีพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ รุดเข้าไปช่วยดับไฟ ทราบชื่อต่อมาคือ นายดนัย จะนัน อายุ 32 ปี นายภานุมาศ และนายภานุพงษ์ ดวงสิทธิโชค ผู้เข้าไปช่วยเหลือชายดังกล่าว เผยว่า ขณะเกิดเหตุพวกเขาอยู่ในร้านที่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตร กระทั่งมีคนวิ่งมาบอกว่าไฟไหม้คน จึงรีบนำถังดับเพลิงภายในร้านเข้าไปช่วยฉีดใส่ดับไฟ โดยตอนนั้นเพลิงได้ไหม้ลุกลามไปทั่วตัวแล้ว ก่อนจะสามารถดับไฟได้ในที่สุด

ชายรายดังกล่าวยังมีสติ ดิ้นทุรนทุราย บอกว่าหิวน้ำ ขอน้ำกินหน่อย แต่ทุกคนกลัวเป็นอันตราย จึงไม่มีใครกล้านำน้ำไปให้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป