Xiaomi เตรียมเปิดตัว รถยนต์ต้นแบบ ของบริษัทภายใน ส.ค. นี้

Xiaomi เตรียมเปิดตัว รถยนต์ต้นแบบ ของบริษัทภายใน ส.ค. นี้

Xiaomi (เสี่ยวหมี่) เตรียมทำการเปิดตัว รถยนต์ต้นแบบ คันแรกของบริษัทภายในเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากที่ประกาศการลงทุนด้านนี้ไปเมื่อปีที่แล้ว (16 ก.ค. 2565) Xiaomi (เสี่ยวหมี่) ได้ประกาศถึงการเตรียมเปิดตัว รถยนต์ต้นแบบ ที่จะเป็นรถยนต์คันแรกที่ผลิตโดยบริษัทภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยถือว่าเป็นการดำเนินการล่าสุดภายหลังจากที่ได้ประกาศถึงการลงทุนในด้านยานยนต์จำนวน 10 พันล้านบาท และเป็นระยะเวลา 10 ปี

Lei Jun ผู้ก่อตั้งบริษัท ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในภาคส่วนธุรกิจยานยนต์ล่าสุดว่า 

ต้นแบบรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของเสี่ยวหมี่นั้น จะทำการเปิดเผยภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยตัวรถได้รับการออกแบบจาก HVST Automobile Design ผู้ซึ่งเคยออกแบบ Maven รถต้นแบบ (Concept car) ของ WM Motor โดยภายหลังจากที่ทำการเปิดตัวแล้วนั้น รถยนต์ต้นแบบคันดังกล่าวจะถูกดำเนินการทดสอบขับขี่ต่อไปอีก และก็คาดได้ว่าจะมีการประชาสัมพันธ์ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะวางขายอย่างเป็นทางการ

ในส่วนของภาคการผลิตนั้น จะยังคงไม่มีการดำเนินการ เนื่องจากในเวลานี้โรงงานผลิต และศูนย์พัฒนาของ Xiaomi Auto ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อี้จวง มลฑลปักกิ่งยังคงอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทำให้มีความเป็นไปได้ที่รถยนต์คันแรกที่ผลิตจากโรงงานนี้ จะออกมาในปี 2024

นี้ถือว่าไม่ใช่ครั้งแรกกับผลิตยานพาหนะของ Xiaomi เนื่องจากก่อนหน้านี้บริษัทได้ทำการผลิต และพัฒนาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปแล้ว (Xiaomi M365) แต่นี้จะถือเป็นครั้งแรกสำหรับการผลิตรถยนต์ของบริษัท

รวมถึงขั้นขโมยข้อมูลจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีโปรแกรมดังกล่าวไว้ในอุปกรณ์ได้เลย ซึ่งสปายแวร์สามารถเอาข้อมูลได้แม้กระทั่งไฟล์ส่วนตัวต่าง ๆ หมายเลขโทรศัพท์ ธนาคาร ข้อความอีเมล และข้อความในแชทแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Facebook, Skype WhatsApp ไปอย่างง่ายดาย โดยที่เป้าหมายหรือเหยื่อไม่ทราบถึงความแปลกปลอมเลย

สปายแวร์ที่ชื่อ ‘Pegasus’ ถูกวางจำหน่ายในตลาดและให้การบริการแก่รัฐบาลทั่วโลก โดยบริษัท NSO Group ของประเทศอิสราเอล มีเจตนาเพื่อป้องกันการโจมตีที่เป็นอันตราย และคอยเฝ้าระวังผู้ต้องสงสัยอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม มีการเปิดเผยว่ารัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ได้ใช้เพกาซัส สปายแวร์ในทางที่ไม่สมควร คือ เพื่อสอดแนมบุคคลทั่วไป ทำให้ผู้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างวิตกกังวลกับความปลอดภัยของอุปกรณ์ตนเองว่ามีซอฟต์แวร์นี้แฝงการติดตั้งอยู่หรือไม่

การแฝงตัวของเพกาซัส สปายแวร์ ในอุปกรณ์ ทำได้อย่างไร

เพากาซัส สปายแวร์ เป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถแพร่ระบาดได้ทั้งในโทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android โดยในเวอร์ชันแรกที่ถูกค้นพบอยู่ในปี พ.ศ. 2559 ซึ่งเป็นการติดไวรัสของโทรศัพท์ที่ทำการกดลิงก์ในข้อความหรืออีเมลที่หลอกล่อให้เหยื่อคลิกเข้าไปดู คล้าย ๆ กับไวรัสบนหน้าเว็บเพจทั่วไป

แต่หลังจากนั้นก็มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับเพกาซัส สปายแวร์ มากมายว่าซอฟต์แวร์นี้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น โดยเพกาซัสจะสามารถแทรกซึมเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นผ่านการโจมตีที่เรียกว่า “Zero-Click”  คือ การสั่งงานให้เพกาซัสโจมตีเป้าหมายโดยไม่ต้องคลิกหรือตอบโต้ลิงก์ ข้อความที่เป็นเหตุให้ก่อเกิดไวรัสขึ้น ซึ่งวิธีการนี้จะอาศัยช่องโหว่ (Vulnerability) ที่มีอยู่ในซอฟต์แวร์หรือระบบปฏิบัติการที่ไม่มีใครทราบและทำการแก้ไขได้

WhatsApp เปิดเผยในปี พ.ศ. 2562 ว่าเพกาซัส สปาย์แวร์ของบริษัท NSO Group ถูกใช้งานกับโทรศัพท์มากกว่า 1,400 เครื่อง เพียงแค่โทรผ่านไปยังโทรศัพท์เป้าหมายเท่านั้น เพกาซัสก็จะทำการติดตั้งตัวเองบนอุปกรณ์ได้สำเร็จ แม้จะไม่มีการรับสายก็ตาม ดังนั้นสปายแวร์ ‘เพกาซัส’ จึงเป็นซอฟต์แวร์ไวรัสที่สามารถแฝงตัวเข้าไปในทุกอุปกรณ์ได้อย่างง่ายดาย ถ้าหากผู้ใช้สั่งให้โจมตี

ในวันนี้ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นองค์การพัฒนาเอกชนที่มีจุดประสงค์เพื่อการค้นคว้าและดำเนินการป้องกันและยุติการทำร้ายสิทธิมนุษยชน และเพื่อแสวงหาความยุติธรรมสำหรับผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิ ได้รายงานว่า พบการใช้สปายแวร์อยู่ในอุปกรณ์สื่อสาร หรือโทรศัพท์ของนักกิจกรรมร่วม 30 คน กลายเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบของเพกาซัส สปายแวร์ ในการล่วงล้ำความเป็นส่วนตัว ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สปายแวร์ถูกค้นพบในประเทศไทย

รายงานของ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) Digital Reach และ Citizen Lab ได้เปิดเผยว่ามีการพบใช้เพกาซัส สปายแวร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 – 2564 ทำให้ส่งผลกระทบต่อแกนนำคนสำคัญในการชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่มีการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปครั้งใหญ่ทางการเมืองและเศรษฐกิจ ในปีที่ผ่านมา

ในปัจจุบันประเทศไทยได้ถูกเพิ่มในรายชื่อประเทศที่มีการสอดแนมประชาชน ซึ่งจำนวนรายชื่อประเทศก็มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่า ข้อมูลที่องค์การค้นพบเป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น แต่ขอบเขตในการสอดแนมของข้อมูลอาจจะกว้างกว่านี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบที่รุนแรงมากกว่านี้เช่นกัน

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป